STC ยิ้มงานก่อสร้างมาไม่ขาดสาย
บมจ.เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ กวาดเรียบโครงการต่างๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออก และโซน EEC ที่ทยอยลงทุนกันต่อเนื่องในปีนี้ แม้หยุดล็อกดาวน์ไป 1 เดือน ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อแผนงาน และมีออเดอร์รอมอบลูกค้าอีกกว่า 500 ล้าน วางเป้ารายได้เพิ่มอีก 10% จากปีก่อนที่ได้อยู่ 422 ล้านบาท 



นายเอกชัย ชัยตระกูลทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) (STC) กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมคอนกรีตปี 2563 ในเมืองพัทยา และโซนภาคตะวันออก ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนโครงการด้านสาธารณูปโภคในเมืองพัทยา และแผนขับเคลื่อนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทำให้เกิดการลงทุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐบาลและเอกชน โดยเฉพาะในปี 2563 ได้เห็นสัญญาณการประมูลงานใหม่ๆ ออกมาตลอด

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมามีการล็อกดาวน์ในจังหวัดชลบุรีเพียง 1 เดือน แต่ไม่ส่งผลกระทบซึ่งแผนงานก่อสร้างโครงการต่างๆ ของภาครัฐและภาคเอกชนก็ไม่มีการเลื่อนวันส่งมอบ และสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ทำให้มีความต้องการใช้คอนกรีตสำเร็จรูปและคอนกรีตผสมเสร็จของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้รับชดเชยจากวันทำงานเพิ่มขึ้นจากการเลื่อนวันหยุดในเทศกาลสงกรานต์ แต่ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน อาจทำให้การก่อสร้างชะลอตัวบ้าง ซึ่งเป็นปกติของทุกปี ทำให้แนวโน้มไตรมาส 2/2563 ยังอยู่ในเป้าหมายที่บริษัทฯ ประเมินไว้



บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์คอนกรีตใหม่ๆ ขึ้นมา เพื่อนำมาใช้ทดแทนผลิตภัณฑ์เก่า ตอบสนองงานระบบ Landscape โดยวางแผนจะเปิดตัวและทำตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ และคาดว่า ในช่วงไตรมาส 3/63 จะเริ่มทำยอดขายบางส่วนเข้ามาได้ ถือเป็นโอกาสในการขยายไลน์สินค้าจากลูกค้าเดิม และเจาะกลุ่มลูกค้ารายใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนให้มียอดขายและกำไรที่เติบโตขึ้น 

“เรามีออเดอร์ในมือที่รอส่งมอบราว 500 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงานประเภทสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยรอรับรู้รายได้ในปี 2563 เป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เหลือทยอยรับรู้รายได้ในปี 2564 จึงมั่นใจเป้าหมายในปีนี้จะเป็นไปตามที่วางไว้ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ 422 ล้านบาท” นายเอกชัย กล่าว 

สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลังปีนี้คาดว่าจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเป็นช่วงทยอยส่งมอบงาน ทำให้โรงงานของบริษัทฯ ใช้กำลังการผลิตได้เพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน ประกอบกับแผนการประมูลงานใหม่ๆ ตามนโยบายของภาครัฐบาลและภาคเอกชน ถือเป็นโอกาสของบริษัทฯ ในการเข้าไปรับคำสั่งซื้อ และเตรียมขยายงานในพื้นที่จ.ชลบุรี รวมถึงโซนภาคตะวันออก โดยเฉพาะงานระบบสาธารณูปโภคทั้งงานก่อสร้างถนน ขยายเส้นทาง รวมถึงงานนิคมอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะทยอยออกมาประมูลในปีนี้และปีหน้าอย่างต่อเนื่อง

ปี 2563 จะเป็นปีแห่งการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะเริ่มการลงทุน ส่งผลให้มีงานโครงการออกมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา โดย STC มีโรงงานคอนกรีต 4 แห่ง อยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ ใจกลางเมืองพัทยา ทำให้ได้เปรียบในการแข่งขัน และพร้อมที่จะขยายงานในโซนภาคอื่นๆ จากดีมานด์บางส่วนที่เข้ามา

                        

สำหรับผลประกอบการงวดประจำไตรมาส 1/2563 บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) ทำนิวไฮรายไตรมาสได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 130.51 ล้านบาท เติบโต 21.27 % จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการผลิตและจำหน่ายคอนกรีตสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น  ซึ่งส่วนใหญ่มาจากงานที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เป็นไปตามความต้องการสินค้าเพื่อใช้ในงานโครงสร้างพื้นฐานในเขตพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 38.02 ล้านบาท เติบโต 10.01% กำไรสุทธิอยู่ที่ 8.44 ล้านบาท ลดลง 5.38% โดยกำไรสุทธิที่ลดลงเนื่องจากบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนผลิตที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งค่าเสื่อมราคาโรงงานใหม่ และปรับปรุงเครื่องจักร เพื่อเตรียมพร้อมขยายงานในอนาคต รวมถึงมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เริ่มมีผล ใช้ในงวดปัจจุบัน ส่งผลกระทบในการพิจารณาตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ดี บริษัทฯ คาดว่าจะทยอยรับรู้หนี้สงสัยจะสูญกลับเข้ามาเป็นรายได้ในปีนี้ได้ 



  มิ.ย. 63



 
เว็บสำเร็จรูป
×