MAZDA จัดแคมเปญดันยอดแตะ 5 หมื่น
          
          ลุ้นครึ่งปีหลัง 64 ยอดขายรถยนต์จะกลับมาแตะที่ 8 แสนคัน โดยมาสด้าตั้งเป้าที่ 5 หมื่นคัน จากที่ก่อนหน้านี้ทำยอดไปได้ 18,908 คัน นำโดยมาสด้า 2 ที่คงเป็นที่นิยมทำได้ 9,622 คัน ส่วนครอสโอเวอร์ CX-30 อยู่ที่ 2,231 คัน พร้อมกันนี้ได้ปรับแผนเพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อรถได้ ไม่ว่าจะเป็น ดาวน์น้อย ผ่อนนาน ดอกเบี้ยต่ำสุด หรือ 0% เป็นต้น



          นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์ของตลาดรถยนต์ในครึ่งปีหลังของปีนี้ จะค่อยๆ กลับมาดีขึ้น และมียอดขายถึง 8 แสนคัน หลังจากหกเดือนแรกปีนี้ ทำยอดขายรวมไปได้เพียง 370,000 คัน เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ทำให้ผู้บริโภคระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และกระทบมายังธุรกิจยานยนต์โดยตรง 

         สำหรับช่วงเวลาที่เหลือในปีนี้ มาสด้าได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่จำนวน 50,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 30% โดยช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มาสด้ามียอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 18,908 คัน เพิ่มขึ้น 23% โดยรถยนต์นั่งมียอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 10,895 คัน เพิ่มขึ้น 3% แบ่งออกเป็นมาสด้า2 จำนวน 9,622 คัน เพิ่มขึ้น 3% มาสด้า3 จำนวน 1,270 คัน เพิ่มขึ้น 1% และมาสด้า MX-5 รถสปอร์ตเปิดประทุนมียอดขาย 3 คัน ขณะที่รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีมียอดจำหน่ายรวมที่ 7,347 คัน เพิ่มขึ้น 83% โดยมาสด้า CX-30 ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดด้วยยอดจำหน่าย 4,194 คัน เพิ่มขึ้นถึง 124% ตามมาด้วยมาสด้า CX-3 จำนวน 2,231 คัน เติบโตสูงสุดถึง 299% ทางด้านมาสด้า CX-8 มียอดจำหน่ายที่ 532 คัน ลดลง 26%, มาสด้า CX-5 จำนวน 390 คัน ลดลง 54% และปิกอัพมาสด้า บีที-50 มียอดจำหน่าย 666 คัน ลดลง 16% 



       “จากยอดจำหน่ายข้างต้น เมื่อแบ่งออกเป็นรายไตรมาสจะพบว่ายอดขายไตรมาสแรกระหว่างม.ค.–มี.ค.64 มีจำนวน 10,890 คัน เพิ่มขึ้น 7% ส่วนไตรมาสที่สองระหว่างเม.ย.–มิ.ย. 64 มีจำนวน 8,018 คัน เพิ่มขึ้นถึง 53% ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของตลาด นับเป็นหนึ่งในสัญญาณบวกว่าความต้องการซื้อรถยนต์ในประเทศยังคงมีอยู่ แต่ขณะเดียวกันก็ยังต้องติดตามการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มทิศทางและนำมาปรับกลยุทธ์เพื่อประคับประคองธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ให้เดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่วางไว้” นายชาญชัย กล่าว 

        ด้านนายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวถึงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ว่า มาสด้าได้มีการปรับแผนงานเพื่อให้สอดรับกับเหตุการณ์ควบคู่ไปกับการสร้างแผนธุรกิจแบบเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อเตรียมพร้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย โดยมาสด้าได้ประสานความร่วมมือกับผู้จำหน่ายทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับนโยบายแบบเร่งด่วนให้เกิดประโยชน์สูงสุดไปยังลูกค้า ทั้งการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าปัจจุบันให้ดีที่สุด โดยเฉพาะมาตรการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า รวมถึงการมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยร่วมมือกับทางบริษัทไฟแนนซ์ที่จะเข้ามาซัพพอร์ต อาทิ เงินดาวน์น้อย ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระให้ยาวนานที่สุด อัตราดอกเบี้ยต้องต่ำสุด ซึ่งหลายรุ่นมาสด้าจัดดอกเบี้ย 0% รวมถึงการผ่อนชำระต่องวดให้น้อยที่สุด 

        นอกจากนี้ มาสด้ายังได้กำหนดยุทธศาสตร์การบริหารงานเพื่อให้เกิดการเติบโตในช่วงวิกฤต โดยได้เตรียมความพร้อมทางด้านกลยุทธ์การบริหารงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 เพื่อรับมือกับสถานการณ์และวางรากฐานผลักดันให้องค์กรเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ด้วย 6 องค์ประกอบหลัก ดังนี้ 

         

        1.ด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ นำเสนอรถยนต์นั่งและรถเอสยูวีรุ่นใหม่ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและผลักดันให้มาสด้าเดินหน้าไปสู่เป้าจำหน่ายที่วางไว้ได้ 
        2.ด้านนโยบายส่งเสริมผู้จำหน่าย ให้การสนับสนุนด้านการขายกับผู้จำหน่ายในแต่ละพื้นที่ โดยทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดภายใต้แนวทางการทำงานเป็นทีม ONE MAZDA 
        3.ด้านการตลาดและการสื่อสาร ดึงกลยุทธ์การตลาดแบบออนไลน์มาเป็นแกนหลักในการสื่อสารผ่าน Mazda Online Platform เพิ่มการนำเสนอรูปแบบใหม่ๆ ผ่านสื่อดิจิทัล เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น 
        4.ด้านการส่งเสริมการขาย จัดแคมเปญการขายเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ง่ายขึ้น รวมถึงทำงานร่วมกับสถาบันทางการเงิน ในเรื่องของการปล่อยสินเชื่อ 
        5.ด้านเทคโนโลยี นำเอาเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการบริหารงาน โดยเฉพาะผู้จำหน่ายต้องปรับตัวเข้ากับการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล 
        6.ด้านบริการหลังการขาย ยกระดับการบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รองรับปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ลดการรอคิว และอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ 



        นอกจากนี้ มาสด้ายังมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ ภายใต้แคมเปญ BEST DEAL ในระหว่างวันที่ 10–18 กรกฎาคม 2564 ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง รับทันทีเครื่องฟอกอากาศ SHARP มูลค่า 2,990 บาท พิเศษสุดเฉพาะลูกค้าที่จองซื้อ CX-5 และ CX-8 (จำนวนจำกัด เฉพาะรุ่น) เลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 84 เดือน หรือผ่อนเริ่มต้นเพียง 15,000 บาทกว่าบาท (อย่างใดอย่างหนึ่ง) พร้อมคูปองน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท ณ โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ
 
เว็บสำเร็จรูป
×