มิตซูบิชิ ดันยอดขายโต 10% สู้ปัจจัยลบ


มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เปิดตัวเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ “KA Series” มีฟังก์ชั่นที่หลากหลายช่วยตอบโจทย์ให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภค และมุ่งเน้นขยายธุรกิจ B2B ที่เป็นกลยุทธ์หลัก นอกจากนี้ได้เพิ่มช่องทาง Line Official เพื่อให้ลูกค้าสื่อสารได้สะดวก กับทีมช่างที่จะคอยสนับสนุนด้านการใช้งาน การบำรุงรักษา


นายโทชิยูกิ อีซูกะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด ได้เผยภาพรวมของสถานการณ์ทางธุรกิจว่า ในรอบปีที่ผ่านมาทั่วโลกและประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากหลายปัจจัย ทั้งปัญหาสงครามการค้าระหว่างประเทศ กำแพงภาษีจากสหรัฐอเมริกา รวมทั้งปัจจัยลบจากภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับต่ำ หนี้ครัวเรือนที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง การชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนความไม่แน่นอนทางการเมือง 

ปัจจัยลบเหล่านี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปี 2024 และกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องปรับอากาศที่เป็นสินค้าหลักของบริษัทฯ ที่การแข่งขันทวีความรุนแรงขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย สำหรับปี 2026 นี้ บริษัทฯ ได้วางเป้าหมายการเติบโตเพิ่มขึ้น 10% พร้อมมุ่งสร้างฐานธุรกิจให้แข็งแกร่งเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป


ดังนั้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและรักษาความเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง การดำเนินมาตรการหลักสำคัญประการแรก คือ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน โดยได้เปิดตัวเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ “KA Series” รุ่นพื้นฐานที่ออกแบบมาภายใต้แนวคิดที่ต้องการให้ผู้บริโภคในวงกว้างสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมได้ง่ายขึ้นในราคาที่เหมาะสม แต่ยังคงไว้ซึ่งหัวใจหลักคือ คุณภาพสูงตามมาตรฐานญี่ปุ่นที่มีความทนทาน เชื่อถือได้ และคุ้มค่าในระยะยาว 

นอกจากความโดดเด่นด้านผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่แล้ว ในปีที่ผ่านมาเครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม รุ่นพรีเมียม AW Series ยังคว้ารางวัลอันทรงเกียรติอย่าง ASEAN Energy Awards 2025 มาครอง ซึ่งยืนยันถึงความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมประหยัดพลังงาน รวมถึงการได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand และ No.1 Brand Thailand อย่างต่อเนื่อง เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ยังคงเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคเสมอมา

ด้านนโยบายหลักสำคัญต่อมา คือการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นายอีซูกะกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ จะเดินหน้าขยายธุรกิจ B2B ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเติบโตหลักของกลุ่มมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในประเทศไทย ผ่านการนำเสนอเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ อาทิ Mr. Slim และ City Multi มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมต่อยอดนำเสนอผลิตภัณฑ์อื่นๆ ควบคู่กันไปมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Data Center, Smart City หรือ Green Building ผ่านโซลูชันครบวงจร อาทิ ระบบแลกเปลี่ยนความร้อน Lossnay ระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ Modular Chiller รุ่นต่างๆ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงระบบบริหารจัดการอาคาร (BMS) ที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองทุกความต้องการอย่างครบวงจร

ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ “The Giver Project” ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประโยชน์สู่สังคมในมิติต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในอนาคตจะยังคงความไม่แน่นอน แต่พร้อมจะขับเคลื่อนกิจกรรมทุกด้านอย่างเต็มกำลังเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จและสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่สังคมไทยต่อไป

ยกระดับความเชื่อมั่นผ่านบริการหลังการขาย


ทางด้านนายประพนธ์ โพธิวรคุณ กรรมการรองผู้จัดการ ได้กล่าวถึงความสำคัญของกลยุทธ์ด้านงานบริการว่า ในแต่ละปีบริษัทฯ มีเป้าหมายในการเพิ่มความสะดวกสบายและความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าผ่านการยกระดับบริการหลังการขายมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2026 นี้ ยังคงเดินหน้าพัฒนาการบริการในทุกมิติ ทั้งด้านความรวดเร็วในการให้บริการ ความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร และการเพิ่มพูนทักษะความเชี่ยวชาญของช่างเทคนิค เนื่องจากหัวใจสำคัญคือการทำให้ลูกค้าสามารถใช้งานสินค้าได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาช่องทาง Line Official Account ทั้งในส่วนของลูกค้าทั่วไปและช่างบริการ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ

สำหรับการใช้งานผ่าน Line Official “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค” ในส่วนของลูกค้าทั่วไปนั้น มีการพัฒนาเพื่อเป็นผู้ช่วยที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะลูกค้าเครื่องปรับอากาศที่ระบบจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากประวัติการซื้อเพื่อส่งการแจ้งเตือนรอบการล้างเครื่องที่เหมาะสมล่วงหน้า ช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพของเครื่องให้ยาวนาน 

ขณะเดียวกันยังได้พัฒนา Line Official “คู่หูช่างแอร์ Mr. Slim” เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างบริษัทฯ และช่างเทคนิคทั่วประเทศให้สามารถเข้าถึงข้อมูลอย่างครบครัน ทั้งคู่มือการติดตั้ง งานซ่อมมาตรฐาน การเช็ค Error Code สอบถามชิ้นส่วนอะไหล่และการปรึกษาปัญหาหน้างานผ่านวิดีโอและรูปภาพกับทีมเทคนิคส่วนกลางได้เรียลไทม์ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้จะส่งผลให้การแก้ไขปัญหาให้ลูกค้ารวดเร็วขึ้นและยกระดับมาตรฐานงานบริการไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล

รุกตลาดด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น

ขณะที่นายชิซุโอะ นาคาสึคาสะ กรรมการและผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและการขาย เผยถึงกลยุทธ์การตลาดและรายละเอียดผลิตภัณฑ์ในปี 2026 ว่า แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวและการแข่งขันจากแบรนด์สินค้าราคาประหยัดจะทวีความรุนแรงขึ้น แต่บริษัทฯ ยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อพลิกฟื้นยอดขายในกลุ่มธุรกิจสำหรับที่อยู่อาศัย และการเร่งขยายยอดขายในกลุ่มธุรกิจ B2B อย่างต่อเนื่องต่อไป 

ด้วยเหตุนี้บริษัทฯ จึงนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ “KA Series (Happy Inverter)” ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่า ควบคู่กับประสิทธิภาพการใช้งานภายใต้คุณภาพมาตรฐานของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค โดยมาพร้อมฟังก์ชัน Sleep Mode ที่ปรับอุณหภูมิอัตโนมัติให้เหมาะสมกับช่วงเวลาการนอนหลับ ช่วยให้ร่างกายพักผ่อนได้อย่างสบายยิ่งขึ้น และยังโดดเด่นด้วยระดับเสียงการทำงานที่เงียบเพียง 19 เดซิเบล ซึ่งใกล้เคียงกับเสียงหายใจเบาๆ นอกจากนี้ ยังมีโหมด Fast Cooling ส่งลมเย็นได้อย่างราบรื่นภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนจัดของไทยได้แม้ภายนอกจะมีอุณหภูมิถึง 46 องศาเซลเซียส มีระบบกรองอากาศ V-Air Filter ที่กำจัดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ในระดับเซลล์ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของทุกคนในครอบครัว


นอกจากกลุ่มเครื่องปรับอากาศแล้ว นวัตกรรมในกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่จะมาสร้างสีสัน ในปีนี้ อาทิ ตู้เย็นกลุ่ม Premium Series ที่เปิดตัวสีใหม่ “Matte Black” เพิ่มความหรูหราทันสมัย พร้อมระบบ Neuro Inverter อัจฉริยะ เรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้เพื่อประหยัดพลังงานและเทคโนโลยีถนอมอาหารให้สดใหม่เสมอ ในส่วนของพัดลมได้มีการแนะนำ พัดลมตั้งพื้นรุ่นใหม่ LV16 Slim สีขาว ดีไซน์เรียบหรู และเพิ่มสีสันใหม่ถึง 4 เฉดสีในรุ่นตั้งโต๊ะและกึ่งตั้งพื้น เพื่อให้ลงตัวกับทุกสไตล์การตกแต่งบ้านยุคใหม่ 

ในด้านการสื่อสารแบรนด์บริษัทฯ ยังคงร่วมงานกับ “นนท์-ธนนท์” ในฐานะพรีเซนเตอร์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อส่งต่อคุณค่าของแบรนด์ภายใต้แนวคิด “ทุกเรื่องที่ทำ คำนึงถึงคุณ (All We Do, Designed From You)” เราเชื่อว่าความสบายที่แท้จริงเริ่มต้นจากความเข้าใจ เราจึงไม่เคยหยุดคิดค้นนวัตกรรม ไม่ใช่แค่เพื่อเทคโนโลยีความเย็นที่ดีที่สุด แต่เพื่อออกแบบทุกฟังก์ชัน ด้วยความใส่ใจในคุณภาพชีวิตของคุณ พร้อมความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ลดการสิ้นเปลือง และเป็นมิตรต่อโลกใบนี้ เพราะทุกเรื่องที่เราทำ เราคำนึงถึงคุณเสมอ


23 มกราคม 2569
 
เว็บสำเร็จรูป
×