ตราเพชร วางเป้าโต 5% ผ่าน 7 กลยุทธ์

บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร สะท้อนถ้าได้เห็นนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐ ก็จะดีต่อภาคอสังหาฯ พร้อมกันนี้ ได้กำหนด 7 กลยุทธ์ เพื่อให้เป้าหมายรายได้ในช่วง 3 ปี (2569-2571) เติบโตถึง 5% สำหรับผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา มีรายได้รวม 4,592.49 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 317.79 ล้านบาท


นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) (DRT) เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างในปี 2569 ยังคงทยอยฟื้นตัว รวมทั้งถ้ามีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมจากรัฐบาลใหม่ ก็เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และความต้องการวัสดุก่อสร้าง 

นอกจากนี้ จากศักยภาพของประเทศไทยที่เหมาะกับการอยู่อาศัยหลังเกษียณ จะเป็นปัจจัยบวกต่อการเข้ามาพักอาศัยของชาวต่างชาติ ส่วนสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปัจจุบันบริษัทฯ ยังบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากต้นทุนพลังงานมีสัดส่วนเพียง 8% ของต้นทุนรวมของบริษัทฯ และมีวัตถุดิบที่ใช้ผลิตเพียงพอ

ด้านดร.พิชญานันท์ ล้อวรลักษณ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการขายและการตลาด บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร กล่าวว่า DRT วางเป้าหมายปี 2569 - 2571 โดยมีรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 2-5% ผ่านการวางกลยุทธ์หลากหลาย เพื่อเติบโตอย่างมั่นคง ได้แก่ 1) Service Integration โดยมีครบทั้ง “สินค้า- บริการ – การจัดส่ง” อาทิ กระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์, กระเบื้องหลังคาคอนกรีต, ไม้สังเคราะห์, อิฐมวลเบา, โครงหลังคาสำเร็จรูป, พื้น SPC, บริการติดตั้งหลังคา, พื้น SPC, เปลี่ยนและทาสีหลังคา ตลอดจนการจัดส่งสินค้าแบบ On-Time Delivery โดยลูกค้าไม่ต้องประสานงานกับซัพพลายเออร์หลายราย  

2) Market Development การขยายตลาดด้วยการจ้างผลิตสินค้า (OEM) ภายใต้มาตรฐานของ DRT และมุ่งเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มผ่านกลยุทธ์ Precision Segmenting เช่น หลังคายูพีวีซี สำหรับฟาร์มและงานต่อเติม, ไม้สังเคราะห์ WPC เอ็กซ์ทรูชิลด์ และหลังคาเหล็กเคลือบผิวด้วยหินธรรมชาติ สำหรับโรงแรมและรีสอร์ท


3) Product Differentiation สร้างความแตกต่างด้วยสินค้านวัตกรรม “Diamond Well-being” ภายใต้แนวคิด “บ้านที่ดีไม่ใช่แค่แข็งแรงและสวยงาม แต่ต้องดูแลสุขภาพของคนในบ้าน” ที่ตอบโจทย์ 4 มิติ ได้แก่ Feel Calm ลดเสียงรบกวน, Feel Cool ลดความร้อนสะสม, Feel Clean ป้องกันความชื้น และ Feel Comfort ทนทาน ลดค่าบำรุงรักษา


4) Channel Strategy มีช่องทางเข้าถึงลูกค้าทั้ง Online และ  Offline ครบทุก Touchpoint ได้แก่ Shopee เพื่อเป็น Digital Showroom และช่องทางขายสินค้าชิ้นเล็ก, ช่องทางห้างค้าปลีกสมัยใหม่, ร้านค้าผู้แทนจำหน่าย และโครงการอสังหาฯ เป็นสัดส่วนรายได้หลัก และกำลังขยายฐานลูกค้าภาครัฐและเอกชน 

5) Extensive Marketing สร้างการรับรู้แบรนด์ “ตราเพชร” ในวงกว้างและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะสร้างบ้านผ่านการใช้ Media & Influencer 6) Cost Leadership ช่วยลูกค้าลดต้นทุนและสร้าง Loyalty โดยนำเสนออิฐมวลเบา Max Block ช่วยลดต้นทุนแรงงานและวัสดุ ก่อสร้างรวดเร็ว และ 7) Roadmap สู่ “Regional Player” เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน โดยวางแผนเพิ่มยอดขายในภูมิภาคอาเซียนและจะเร่งเดินเครื่องจักรโรงงานอิฐมวลเบา AAC 2 ให้เต็มประสิทธิภาพ 

ส่วนนายสุนทร สุวรรณเจตต์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการผลิตและวิศวกรรม บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร กล่าวเสริมว่า DRT ได้นำหลัก ESG แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยในปี 2568 สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ 27% จาก 75.9 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) เหลือ 55 ล้าน kgCO2e และได้เตรียมความพร้อมรองรับพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. (พ.ร.บ.Climate Change ซึ่งปัจจุบันยังเป็นร่างกฎหมาย ที่ยังรอปีที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา) คาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2569 ซึ่งจะส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจต้องรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอน รวมถึงการเตรียมตัวเพื่อการประเมิน ESG ภายใต้มาตรฐาน FTSE Russell ESG Scores 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) ครอบคลุม 8 ผลิตภัณฑ์หลัก เช่น กระเบื้องหลังคาคอนกรีต CT เพชร, กระเบื้องหลังคาคอนกรีตแบบเรียบอดามัส, กระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ลอนคู่, และได้รับรอง Carbon Footprint for Organization: CFO เพื่อตอบสนองเทรนด์การพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อสิ่งแวดล้อมและร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ


  ขณะที่นายกฤช กุลเลิศประเสริฐ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบริหารกลาง บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2568 มีรายได้รวม 4,592.49 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 317.79 ล้านบาท ชะลอตัวจากปีก่อนเนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน  

อย่างไรก็ตาม ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราหนี้สินต่อทุน 0.74 เท่า มีกระแสเงินสดที่ดี สามารถดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเมื่อเดือนมีนาคม 2568 รวมมูลค่า 320.35 ล้านบาท ล่าสุด เตรียมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากงวดผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังปี 2568 อัตรา 0.14 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 113.68 ล้านบาท ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 หลังจากได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569

บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) (DRT) ก้าวสู่ปีที่ 41 ของการดำเนินธุรกิจ โดยในช่วงกว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมาได้เพิ่มศักยภาพทุกมิติ ทั้งการพัฒนาช่องทางจำหน่ายที่ครอบคลุม ทีมผู้บริหาร สินค้าและบริการที่หลากหลายพร้อมโซลูชันครบวงจร สร้างการยอมรับในแบรนด์ “ตราเพชร” การปรับตัวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน บริษัทฯ จึงพร้อมคว้าทุกโอกาสและรับมือกับความท้าทายของเศรษฐกิจ


29 มีนาคม 2569
 
เว็บสำเร็จรูป
×