MALEE


จากแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ปัจจุบันบริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (MALEE) อยู่ระหว่างก้าวสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ โดยรุกขยายธุรกิจตราสินค้า (Brand Business) ธุรกิจรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing) ให้สอดรับกับแนวโน้มด้านการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้บริโภค และมุ่งบริหารพอร์ตโฟลิโอโดยเน้นสินค้าที่มีกำไรสูง โดยจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ 2-3 รายการต่อปี ที่จะเป็นสินค้าใหม่ในกลุ่มอื่นๆ ที่นอกเหนือจากกลุ่มน้ำผักผลไม้ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเติบโต 10-15% ปีตามแผน 3 ปี (ปี 2569-2571)   

ส่งผลให้ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 (กรกฎาคม-กันยายน) ทำรายได้จากการขายและการให้บริการ 2,028.6 ล้านบาท เติบโต 1.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 21.9 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากการตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (One-off) ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในระยะสั้น 

ขณะที่กำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ 322.6 ล้านบาท ลดลง 18.7% จากปีก่อน เนื่องจากรายการค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ อย่างไรก็ตามหากไม่รวมรายการดังกล่าว จะมีกำไรขั้นต้นที่ปรับปรุง 362.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยจากราคาวัตถุดิบหลักในช่วงครึ่งปีหลังที่มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ 

ส่วนผลการดำเนินงาน 9 เดือนของปี 2568 (มกราคม-กันยายน) จากการเผชิญปัจจัยภายนอกทั้งจากความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อกำลังการซื้อของผู้บริโภคที่เปราะบาง ส่งผลให้รายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 5,852.8 ล้านบาท ลดลง 9.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และทำกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ 173.8 ล้านบาท ลดลง 38.8% จากปีก่อน 

สำหรับแผนธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 บริษัทฯ นำผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว Malee COCO ขยายตลาดในประเทศจีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง ผ่านการขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ รวมทั้งนำผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพเข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่ Global Wellbeing Company ส่วนภายในประเทศจะมุ่งสร้างการรับรู้กลุ่มผลิตภัณฑ์มาลีอย่างต่อเนื่อง อาทิ Malee Power Plants ที่มีนวัตกรรม INNOGUTZ รวมทั้งกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นการทดลองสินค้า เพื่อรับกับทิศทางตลาดน้ำผักและผลไม้พร้อมดื่มในไตรมาส 4 ที่คาดการณ์จะขยายตัวจากการเข้าสู่ไฮซีซั่น ซึ่งจะกระตุ้นการบริโภคในช่องทางโรงแรม ร้านอาหาร และเทศกาลเฉลิมฉลองและการมอบกระเช้าของขวัญปีใหม่ โดยน้ำผลไม้ถือเป็นหนึ่งในสินค้ายอดนิยมสำหรับกลุ่มสุขภาพ 

ส่วนตลาดน้ำมะพร้าว มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากเทรนด์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น อีกทั้งโครงการคนละครึ่ง พลัส สนับสนุนการใช้จ่ายโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้มาลี (Malee) น้ำมะพร้าว Malee COCO และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในช่องทางร้านค้าปลีกดั้งเดิม บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตในช่วงโค้งสุดท้ายของปี


 




 





























          พฤศจิกายน 2568
เว็บสำเร็จรูป
×