ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) (SFLEX) งวดปี 2568 (สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568) มีรายได้รวม 1,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% เทียบปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,898 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 243.2 ล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่มีทั้งการเปลี่ยนรูปแบบ โครงสร้าง และลวดลายสีสันต่างๆ ให้กับฐานลูกค้าเดิม ซึ่งเป็นการตอบโจทย์บรรจุภัณฑ์สมัยใหม่ นอกจากนี้ SFLEX เตรียมจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดเพิ่มในอัตรา 0.05 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 37.30 ล้านบาท โดยขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 12 มีนาคม 2569 กำหนดจ่ายวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 สำหรับแผนงานในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายให้มียอดขายเติบโตแตะระดับ 2,200 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าสร้างแบรนด์ดิ้ง ตอกย้ำอัตลักษณ์องค์กร ที่เป็นจุดแข็งด้านการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และการบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และควบคู่ไปกับการจับมือพันธมิตรในแบบ Co-development เพื่อร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ให้ตอบโจทย์ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างมาตรฐานสินค้าให้มีความแตกต่างในตลาด รวมถึงขยายโอกาสทางธุรกิจและเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่
ขณะเดียวกัน SFLEX เดินหน้าบริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ ยกระดับการผลิตด้วยการทดแทนเครื่องจักรทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดจำนวนของเสียจากการผลิต ปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อรองรับการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแลดล้อม ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้นโดยการติดตั้ง Solar Rooftop เต็มพื้นที่ ซึ่งคาดจะช่วยเพิ่มขีดการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดบริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) (SFLEX) ได้ร่วมทุนกับบริษัท ไทยยูเนี่ยน กราฟฟิกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TU) ในการเปิดบริษัท สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง จำกัด เพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนที่มีสมรรถนะสูง (High Performance Flexible Packaging) โดยจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2569
ปัจจุบันโรงงานสตาร์ยูเนี่ยน มีกำลังผลิตเริ่มต้นที่ 200 ล้านซองต่อปี และมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 800 ล้านซองต่อปี ภายใน 5 ปี เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 3 ปีแรก จะเน้นบรรจุภัณฑ์กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารที่เก็บในอุณหภูมิห้อง อาหารแช่เย็น และอาหารแช่แข็ง พร้อมกันนี้ได้ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้ให้กับบริษัทร่วมทุน 400 ล้านบาท ใน 3 ปีแรก และ 1,000 ล้านบาทในปีที่ 5 ตามลำดับ
สำหรับโรงงาน สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จังหวัดสมุทรสาคร บนพื้นที่ 7 ไร่ เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2568 สามารถผลิตบรรจุภัณฑ์รองรับสินค้าได้ หลากหลาย ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์อาหารที่เก็บในอุณหภูมิห้อง แช่เย็น และแช่แข็ง ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภค สะท้อนความครอบคลุมของตลาดและโอกาสทางธุรกิจที่กว้างขึ้น
8 มีนาคม 2569